ชัยชนะของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเหนือแมนเชสเตอร์ซิตี้

เกมฟุตบอลยูโรเปี้ยน แชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในคืนวันพุธที่ผ่านมา มีฉากดราม่า เมื่อ แมนฯ ซิตี้ เปิดรังเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 เกมนี้เป็นเกมรังของทีม “ปีศาจแดง” แต่ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เสมือนเกมเยือนดังนั้นเกมนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาลนี้สำหรับทั้งสองทีม

เกมในครึ่งแรกเหมือนเป็นภาพสะท้อนของสองฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ มีฟอร์มที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสมากมายก่อนที่ เซร์คิโอ อเกวโรโจ จะมาเปิดไข่แตกในนาทีที่ 11 กับดีลที่ซื้อตัวเข้ามาในช่วงซัมเมอร์นี้ จากนั้นเกมเป็นของ แมนฯ ซิตี้ ที่บุกเล่น และทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียบอลบ่อยๆ

นาทีที่ 22 เจมี่ วาร์ดี้ ตัดบอลขึ้นอากาศ และโดนเป้าหมายของเขาแล้ว ผู้ตัดสินต้องไปดู VAR และใช้เวลาเพื่อตรวจสอบว่าเขาล้มลงในเขตโทษหรือไม่ แต่ในที่สุดเขาได้แจกใบเหลืองให้กับเบน ชิลเวลล์ ผู้ที่เล่นผิดกฎหมาย

การเปลี่ยนผู้เล่นของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในครึ่งแรกทำได้ดีเยี่ยม ผู้เล่นที่เข้ามาเปลี่ยนเกม เช่น เอริค เบนยาว์, แดนนี เวลเบ็ค และเมสัน กรีนวู้ด ทำให้เกมดูดีขึ้น และทำให้แผนการเล่นของ แมนฯ ซิตี้ เริ่มสะดุดลง ผู้เล่นเหล่านี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด สู้ได้ดีขึ้นในครึ่งหลังและอาจมีโอกาสมากกว่าในช่วงที่เหลือของเกม

แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเดินหน้าเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้ และเกมนี้เป็นความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศที่โหดร้ายสำหรับแฟนๆของพวกเขา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาและปรับปรุงในช่วงเวลาของการแข่งขันเหล่านี้ และทีมและแฟน ๆ ต้องมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ และเกมในวันพุธที่ผ่านมามีความสำคัญมากสำหรับทั้งสองทีม

เกมนี้เป็นการเปิดฉากของฤดูกาลนี้ของทั้งสองทีม และแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถของทั้งคู่ เกมในครึ่งแรกเป็นการแสดงของทีม แมนฯ ซิตี้ และพวกเขาได้รับรางวัลจากการมีโอกาสมากมายและการโหม่งของ เซร์คิโอ อเกวโรโจ แต่ในครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด นำเกมส์เข้าใกล้ และอาจจะได้ประตูมากกว่า 1 ประตู ถ้าโชคดีเพียงเล็กน้อย ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทําได้ดีเยี่ยมในเกมยิงตีเสมอ และการเปลี่ยนตัวของเขาในครึ่งหลังเปลี่ยนเกมได้มาก

ตอนนี้ทั้งสองทีมต้องเดินหน้าต่อไปในเกมอื่นๆของพวกเขาในฤดูกาลนี้ และหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นและความเชื่อมั่นในเกมที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับการแข่งขันในฤดูกาลหน้า